บทความทั้งหมด

ROAD SHOW – ไปจัดกิจกรรม 4 ภาค ทั่วไทย ไปทั้งทีต้องไปให้ถึง เข้าให้เจอลูกค้าตัวจริง!!

การจัดกิจกรรมโรดโชว์ทั่วไทย เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่สินค้านิยมใช้เพื่อให้พบกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นอุปสรรค สำหรับกิจกรรมโรดโชว์ทั่วประเทศ คือ การที่ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงได้ การเดินสายจัดกิจกรรมทั่วไทย จึงต้องแน่ใจว่ากลุ่มเป้าหมายที่ไปอยู่ที่ไหนและทำอย่างไร ที่งานอีเว้นท์ที่จะดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงได้ วิธีการทำอีเว้นท์ที่จะทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ จึงมีรูปแบบที่ต้องตอบ 3 สิ่ง “ถูกที่ ถูกคน ถูกเวลา “ ถูกที่ : ไปให้ถูกสถานที่ หากกลุ่มเป้าหมายของคุณมีลักษณะการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ที่สามารถหาพบเจอได้ในช่วงเวลาชีวิต ถูกคน : ไปให้ถูกคนมุ่งหวัง แยกให้ชัดว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณเป็นใคร ฐานะทางสังคม รายได้ แล้วคุณจะเห็นว่าพฤติกรรมของเค้า จะชี้ชัดว่าพวกเค้าสนใจในสิ่งใด ถูกเวลา : ไปให้ถูกช่วงเวลา การใช้ชีวิตของกลุ่มเป้าหมายจะทำให้แต่ละช่วงเวลา จะพบความหนาแน่นของกลุ่มเป้าที่หมาย หากไปผิดเวลาก็จะตลาดวายไม่คุ้มค่างบประมาณ ครั้งหน้าจะเป็นแนวคิดการสร้างอีเว้นท์แบบไหน โปรดติดตามตอนต่อไป!!!  

ตอน 10 : สุดท้ายปลายทางของการทำธุรกิจ

การทำทุกธุรกิจก็จะเริ่มต้นจากความปรารถนาของเจ้าของธุรกิจเสมอรวมถึงตัวผมเองที่เริ่มธุรกิจอีเว้นท์มาจากความปรารถนาที่จะมีบริษัทเล็กๆ ที่โดดเด่นด้านผลงานจนเป็นบริษัทที่น่าจับตามองของวงการ ความปรารถนาจึงเป็นตัวกระตุ้นให้เราตะเกียกตะกายไขว่คว้าหาหนทางที่จะสร้างตัวเรา องค์กร แนวทางการบริหารคน รวมถึงการสร้างผลงานให้เติมเต็มภาพลักษณ์ที่เราอยากจะเป็นให้ได้ตามที่จินตนาการไว้ การเริ่มต้นด้วยแรงปรารถนาจึงเป็นเหมือนไฟที่ติดไอพ่นให้องค์กรพุ่งไปข้างหน้าเหมือนกับบริษัทพิกเซลวันที่แม้นถือกำเนิดจากขอนแก่นดินแดนอีสานบ้านนอกบ้านนาแต่ความปรารถนาก็ทำให้การสร้างผลงานที่บ้านเกิดกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า

ตอน 9 : นักสร้างอีเว้นท์แท้จริงแล้วคือนักเล่าเรื่องให้เป็นภาพที่ปรากฎ

หลายครั้งที่ต้องตอบคำถามใครต่อใครว่าอาชีพอีเว้นท์นั้น แท้จริงแล้วทำหน้าที่อะไรกันแน่ ??? เพราะดูเผิน ๆ ก็เหมือนกับเป็นอาชีพจัดหาความบันเทิงมีทั้งแสงไฟ ดนตรี ดารา จัดหาความหวือหวาให้คนตื่นเต้นตื่นตาชั่วข้ามคืนหรือ บางคนบอกเป็นอาชีพอำนวยความสะดวก ใครอยากได้อะไรจัดหามาให้ได้หมดทุกสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างที่อยู่บนโลกใบนี้หาให้ได้

ตอน 8 : อีเว้นท์แรกในชีวิต

เปิดบริษัทมา 10 ปี ทำมาแล้ว 1,000 อีเว้นท์ ถ้าไม่ให้เขียนถึง 1 อีเว้นท์แรกในชีวิตคงจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ ผมเชื่อว่าเจ้าของบริษัทอีเว้นท์ทุกคนต้องไม่มีวันลืมอีเว้นท์แรกของตัวเองแน่นอน โดยเฉพาะเจ้าของบริษัทมือใหม่หัดขับแบบผมที่ได้รับผิดชอบงานเปิดตัวรถยนต์ ตรงกับวันที่ผมต้องอยู่ในอีเว้นท์รับปริญญาของตัวเอง

ตอนพิเศษ : “จากหัวใจผู้จัดงาน”

ไทยแลนด์คิงดอมออฟไลท์จบลงแล้ว ขอขอบคุณทุกแนวสนับสนุนในงานนี้ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่จับมือกันด้วยดี ขอบคุณน้องพี่ทีมงานเบื้องหลังที่ทุ่มเท ขอบคุณหุ้นส่วนนก & แน้กที่เชื่อมั่นในฝันนี้ ขอบคุณเบียร์และบ้านเอสที่มีใจไปด้วยกันตลอด ขอบคุณแอร์กับคุณป๋อมที่เคลียร์ทุกทางไม่มีจอด ขอขอบคุณเกสร & สมาคมการค้าราชประสงค์ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ขอขอบคุณผู้ใหญ่ ททท. ท่านผู้ว่าธวัชชัย ผอ.วิไลวรรณ และ พี่นพดลที่ใจดี ขอบคุณกทม บีทีเอส ที่อนุญาติสถานที่สกายวอล์คแห่งนี้ ขอขอบคุณทุกแบรนด์ที่สนับสนุนกันด้วยดี ธนาคารกรุงศรีที่มีพี่อ้วนใจดีฟันธงเข้าร่วมไปด้วยกัน ท่าอากาศยานไทยเอโอทีก็สั่งเครื่องเดินหน้า ปตทก็มาให้แบบไม่พะวงหน้าพะวงหลัง มูลนิธิพระพรหมก็อนุญาติให้จัดไฟได้อย่างอลัง ขอบคุณทีมพิกเซลวันที่กล้าสรรสรรสิ่งที่สร้างความแตกต่างในงานนี้เอย เตรียมพบ Thailand Kingdom of Light 2015

ตอน 7.1 (ตอนต่อ) : คนใน–>อยากออก คนนอก<–อยากเข้า

ต่อจากนี้จะเป็นการแถลงไขจากคนในสู่ภายนอกว่า ความจริงคืออะไรที่คนในอยากออกเหลือเกิน!!!!(ต่อจากตอน 7) 1. ธุรกิจนี้จับเสือมือเปล่า งานอีเว้นท์เป็นดั่งศิลปะที่ซ่อนแฝงด้วยกลยุทธ์ที่จะต้องสร้างสิ่งสวยงาม ที่สามารถลิ้งค์กลับเข้ามาที่แบรนด์ได้อย่างแนบเนียน การคิดแบบตกผลึกจะต้องตีโจทย์กลับไปกลับมา จนให้แน่ใจว่าเงินลงทุนทั้งหมดจะกลับมาที่ประโยชน์ของแบรนด์ กำลังความคิดที่ถูกใช้อย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับงบประมาณที่ลงไปนั้น ช่างสวนทางเพราะค่าความคิดจะถูกจ่ายเพียงแค่ 15% แต่เงินทั้งหมดจะเทลงไปที่บริษัทโปรดักชั่นข้างนอก ธุรกิจอีเว้นท์สู้กันเพื่อขายความคิดอย่างดุเดือด แต่สุดท้ายช้างที่ล้มได้ทั้งตัวก็ถูกกระจายออกจนหมดสิ้นเหลือเพียงกระดูกไว้แขวนคอ ที่ต้องบริหารทุกก้อนให้จบสิ้นสวยสมบูรณ์แบบ ดังนั้นบริษัทซัพพลายเออร์ที่มีน้อยมากกว่าออแกไนเซอร์ จึงถือว่าอยู่ในฐานะที่รอให้ออแกไนเซอร์สู้กันจนใครเหลือรอดชนะมา ก็ได้นอนรองานจากออแกไนเซอร์อยู่ดี เฉกเช่นเดียวกับลูกค้าแบรนด์ต่างๆที่มีอยู่ในตลาดจำนวนเท่ากันในแต่ละปี ก็ยิ่งอยู่ในฐานะหล่อสวยเลือกได้ที่เปิดแข่งขายไอเดียแต่ละทีเกือบ 10 เจ้า ซึ่งจะมี 9 บริษัทที่ลงทุน ลงแรง ลงเวลาและสุดท้ายก็สูญเปล่า (บ้านเราเป็นประเทศที่ไม่มีการจ่ายค่าทีมบิดดิ้งซึ่งต่างจากเมืองนอก) สิ่งที่เป็นด้านมืดของวงการอีเว้นท์ที่รับรู้กันว่าการแข่งขันขายไอเดีย บางครั้งทุกบริษัทจะต้องรับความเสี่ยงที่ลูกค้าบางรายล็อกเจ้าไว้แล้ว การพิทชิ่งจึงเป็นเพียงพิธีผักชีโรยหน้าเพื่อทำตามกฎระเบียบเท่านั้น หรือซ้ำร้ายไปกว่านั้น….การพิทชิ่งคือการนั่งฟังไอเดียทั้งหมดแล้วไปยำรวมกัน กลายเป็นงานอีเว้นท์ที่รวมมิตรต้มยำกุ้งไว้ในงานเดียว!!!!! นั่นคือความบอบช้ำของคนทำงานอีเว้นท์ ที่ยืนหยัดในจรรยาบรรณของวิชาชีพที่ต้องสู้ให้กับคุณค่าของความคิด ที่บางครั้งลูกค้าก็จะมีปัญหากับ 15% มูลค่าผลตอบแทนของคนทำงาน 2. ธุรกิจนี้สนุก มันส์ คนทำงานไม่จำเป็นต้องจบตรง ในความเป็นจริงแล้วอาชีพนี้คือคนกู้ระเบิดเวลา งานอีเว้นท์เกี่ยวกับเวลาที่จำกัดกับความต้องการที่ไม่จำกัด คนทำงานสายนี้จะต้องใช้ชีวิตเดินทางสายกลาง จะแข็งเกินไปก็หัก จะอ่อนเกินไปก็เละ วุฒิภาวะทางอารมณ์ของคนอีเว้นท์จะต้องเสถียร หนักแน่น ไม่ตื่นตูมแต่ต้องตื่นตัวตลอดเวลา วุฒิความคิดต้องฉลาดรู้จักการบริหารมนุษย์ที่มีความหลากหลาย ให้ไปในจุดหมายเดียวกันและที่สำคัญชีวิตของคุณทุกวินาทีคือการทำอีเว้นท์ ไม่เว้นแม้แต่เวลาของชีวิตส่วนตัวที่คุณจะต้องพร้อมเสมอสำหรับเหตุฉุกเฉิน

ซีรีส์บทความ