10 Anniverstory Telling

ตอน 10 : สุดท้ายปลายทางของการทำธุรกิจ

การทำทุกธุรกิจก็จะเริ่มต้นจากความปรารถนาของเจ้าของธุรกิจเสมอรวมถึงตัวผมเองที่เริ่มธุรกิจอีเว้นท์มาจากความปรารถนาที่จะมีบริษัทเล็กๆ ที่โดดเด่นด้านผลงานจนเป็นบริษัทที่น่าจับตามองของวงการ ความปรารถนาจึงเป็นตัวกระตุ้นให้เราตะเกียกตะกายไขว่คว้าหาหนทางที่จะสร้างตัวเรา องค์กร แนวทางการบริหารคน รวมถึงการสร้างผลงานให้เติมเต็มภาพลักษณ์ที่เราอยากจะเป็นให้ได้ตามที่จินตนาการไว้ การเริ่มต้นด้วยแรงปรารถนาจึงเป็นเหมือนไฟที่ติดไอพ่นให้องค์กรพุ่งไปข้างหน้าเหมือนกับบริษัทพิกเซลวันที่แม้นถือกำเนิดจากขอนแก่นดินแดนอีสานบ้านนอกบ้านนาแต่ความปรารถนาก็ทำให้การสร้างผลงานที่บ้านเกิดกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า

ตอน 9 : นักสร้างอีเว้นท์แท้จริงแล้วคือนักเล่าเรื่องให้เป็นภาพที่ปรากฎ

หลายครั้งที่ต้องตอบคำถามใครต่อใครว่าอาชีพอีเว้นท์นั้น แท้จริงแล้วทำหน้าที่อะไรกันแน่ ??? เพราะดูเผิน ๆ ก็เหมือนกับเป็นอาชีพจัดหาความบันเทิงมีทั้งแสงไฟ ดนตรี ดารา จัดหาความหวือหวาให้คนตื่นเต้นตื่นตาชั่วข้ามคืนหรือ บางคนบอกเป็นอาชีพอำนวยความสะดวก ใครอยากได้อะไรจัดหามาให้ได้หมดทุกสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างที่อยู่บนโลกใบนี้หาให้ได้

ตอน 8 : อีเว้นท์แรกในชีวิต

เปิดบริษัทมา 10 ปี ทำมาแล้ว 1,000 อีเว้นท์ ถ้าไม่ให้เขียนถึง 1 อีเว้นท์แรกในชีวิตคงจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ ผมเชื่อว่าเจ้าของบริษัทอีเว้นท์ทุกคนต้องไม่มีวันลืมอีเว้นท์แรกของตัวเองแน่นอน โดยเฉพาะเจ้าของบริษัทมือใหม่หัดขับแบบผมที่ได้รับผิดชอบงานเปิดตัวรถยนต์ ตรงกับวันที่ผมต้องอยู่ในอีเว้นท์รับปริญญาของตัวเอง

ตอน 7.1 (ตอนต่อ) : คนใน–>อยากออก คนนอก<–อยากเข้า

ต่อจากนี้จะเป็นการแถลงไขจากคนในสู่ภายนอกว่า ความจริงคืออะไรที่คนในอยากออกเหลือเกิน!!!!(ต่อจากตอน 7) 1. ธุรกิจนี้จับเสือมือเปล่า งานอีเว้นท์เป็นดั่งศิลปะที่ซ่อนแฝงด้วยกลยุทธ์ที่จะต้องสร้างสิ่งสวยงาม ที่สามารถลิ้งค์กลับเข้ามาที่แบรนด์ได้อย่างแนบเนียน การคิดแบบตกผลึกจะต้องตีโจทย์กลับไปกลับมา จนให้แน่ใจว่าเงินลงทุนทั้งหมดจะกลับมาที่ประโยชน์ของแบรนด์ กำลังความคิดที่ถูกใช้อย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับงบประมาณที่ลงไปนั้น ช่างสวนทางเพราะค่าความคิดจะถูกจ่ายเพียงแค่ 15% แต่เงินทั้งหมดจะเทลงไปที่บริษัทโปรดักชั่นข้างนอก ธุรกิจอีเว้นท์สู้กันเพื่อขายความคิดอย่างดุเดือด แต่สุดท้ายช้างที่ล้มได้ทั้งตัวก็ถูกกระจายออกจนหมดสิ้นเหลือเพียงกระดูกไว้แขวนคอ ที่ต้องบริหารทุกก้อนให้จบสิ้นสวยสมบูรณ์แบบ ดังนั้นบริษัทซัพพลายเออร์ที่มีน้อยมากกว่าออแกไนเซอร์ จึงถือว่าอยู่ในฐานะที่รอให้ออแกไนเซอร์สู้กันจนใครเหลือรอดชนะมา ก็ได้นอนรองานจากออแกไนเซอร์อยู่ดี เฉกเช่นเดียวกับลูกค้าแบรนด์ต่างๆที่มีอยู่ในตลาดจำนวนเท่ากันในแต่ละปี ก็ยิ่งอยู่ในฐานะหล่อสวยเลือกได้ที่เปิดแข่งขายไอเดียแต่ละทีเกือบ 10 เจ้า ซึ่งจะมี 9 บริษัทที่ลงทุน ลงแรง ลงเวลาและสุดท้ายก็สูญเปล่า (บ้านเราเป็นประเทศที่ไม่มีการจ่ายค่าทีมบิดดิ้งซึ่งต่างจากเมืองนอก) สิ่งที่เป็นด้านมืดของวงการอีเว้นท์ที่รับรู้กันว่าการแข่งขันขายไอเดีย บางครั้งทุกบริษัทจะต้องรับความเสี่ยงที่ลูกค้าบางรายล็อกเจ้าไว้แล้ว การพิทชิ่งจึงเป็นเพียงพิธีผักชีโรยหน้าเพื่อทำตามกฎระเบียบเท่านั้น หรือซ้ำร้ายไปกว่านั้น….การพิทชิ่งคือการนั่งฟังไอเดียทั้งหมดแล้วไปยำรวมกัน กลายเป็นงานอีเว้นท์ที่รวมมิตรต้มยำกุ้งไว้ในงานเดียว!!!!! นั่นคือความบอบช้ำของคนทำงานอีเว้นท์ ที่ยืนหยัดในจรรยาบรรณของวิชาชีพที่ต้องสู้ให้กับคุณค่าของความคิด ที่บางครั้งลูกค้าก็จะมีปัญหากับ 15% มูลค่าผลตอบแทนของคนทำงาน 2. ธุรกิจนี้สนุก มันส์ คนทำงานไม่จำเป็นต้องจบตรง ในความเป็นจริงแล้วอาชีพนี้คือคนกู้ระเบิดเวลา งานอีเว้นท์เกี่ยวกับเวลาที่จำกัดกับความต้องการที่ไม่จำกัด คนทำงานสายนี้จะต้องใช้ชีวิตเดินทางสายกลาง จะแข็งเกินไปก็หัก จะอ่อนเกินไปก็เละ วุฒิภาวะทางอารมณ์ของคนอีเว้นท์จะต้องเสถียร หนักแน่น ไม่ตื่นตูมแต่ต้องตื่นตัวตลอดเวลา วุฒิความคิดต้องฉลาดรู้จักการบริหารมนุษย์ที่มีความหลากหลาย ให้ไปในจุดหมายเดียวกันและที่สำคัญชีวิตของคุณทุกวินาทีคือการทำอีเว้นท์ ไม่เว้นแม้แต่เวลาของชีวิตส่วนตัวที่คุณจะต้องพร้อมเสมอสำหรับเหตุฉุกเฉิน

ตอน 7 : คนใน–>อยากออก คนนอก<–อยากเข้า

วงการธุรกิจอีเว้นท์เป็นวงการหนึ่งที่มีความหวือหวาตื่นเต้นเร้าใจ จึงเป็นที่ล่อตาล่อใจของใครต่อใครมากมายที่ต้องการเข้ามาสัมผัสในวงการนี้ เราจึงเห็นคนมากมายกระโดดเข้ามาเปิดบริษัทออแกไนเซอร์ใหญ่เล็กจนล้นตลาด ไล่ตั้งแต่ดารา พิธีกร นักการเมือง เจ้าของคลื่นวิทยุ ผู้จัดละคร เจ้าของหนังสือ เด็กฝึกงาน พริตตี้ สตาฟท์ ต่างก็แวะเวียนมาลิ้มลองกันแล้วจากไป ผมพยายามตั้งข้อสังเกตว่าอะไรถึงทำให้คนมากมาย ถึงเห็นธุรกิจอีเว้นท์เป็นสิ่งหอมหวนเย้ายวนใจ ทั้งที่เราเป็นคนในวงการเองที่อยู่ในวงการอีเว้นท์นี้มา 10 ปี ยังอยากจะพักและผลักให้ลูกน้องรับไปทำต่อทุกๆปี

ตอนพิเศษ : “รอยยิ้มเต็มราชประสงค์เลยค่ะ”

“รอยยิ้มเต็มราชประสงค์เลยค่ะ” เป็นประโยคเล็กๆจากผู้ที่ไปเดินชมไฟที่งาน Thailand Kingdom of Light @Ratchaptasong ที่เขียนไลน์ส่งกลับมาหาทีมผู้จัดงานจนทำให้พวกเราหายเหนื่อย และชัดเจนว่าความตั้งใจที่ทุ่มเทมาได้รับการเติมเต็มแล้ว

ซีรีส์บทความ